Select Page

เลขาธิการ ศอ.บต. ปล่อยคาราวานรถยนต์ลำเลียงต้นไผ่สู่โรงไฟฟ้าชีวมวล หลังส่งเสริมการปลูกไผ่เศรษฐกิจ ให้เป็นพืชแห่งอนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (7 มีนาคม 2564) เวลา 14.00 น. ที่ หมู่บ้านเปาะยานิ หมู่ที่ 3 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ ขนต้นไผ่ เพื่อลำเลียงสู่โรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ชุมชน พร้อมกันนี้ยังเป็นประธานตัดต้นไผ่ต้นแรกซึ่งเป็นแปลงไผ่ที่ได้ปลูกนำร่อง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับสภาเกษตรตำบล วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายใหม่ ตลอดจนประชาชนชาวสวนไผ่ในพื้นที่ที่มาร่วมในพิธีในครั้งนี้ด้วย

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร กล่าวว่า ศอ.บต. ได้ร่วมมือกับทุกๆ หน่วยงาน เพราะหน้าที่ของ ศอ.บต. คือช่วยพี่น้องประชาชนให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ดังนั้น ศอ.บต. ต้องพยายามทุกด้านเพื่อหาวิธีช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หลายครอบครัวมีพื้นที่ไว้ปลูกต้นยางพารา ต้นมะพร้าว ต้นปาล์ม หรือผลไม้ต่างๆ แต่บางคนปล่อยที่ดินให้ว่างเปล่า หรือมีที่ดินในสวนยาง ซึ่งควรนำมาใช้ประโยชน์มากกว่านี้ จึงได้คิดว่าพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างความมั่นคงในอาชีพนั้น คือ ไผ่ เพราะไผ่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย รวมถึงสามารถนำมาเป็นพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น เพราะโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทั้งสิ้นจำนวน 15 โรง และในพื้นที่จังหวัดยะลา มีจำนวน 4 โรง ดังนั้นต้นไผ่ เป็นที่ต้องการอย่างมากและในอนาคตอาจมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร กล่าวอีกว่า ไผ่ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นในอนาคต และน่าจะเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน แต่ในปัจจุบันก็ยังมีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทางภาครัฐโดย ศอ.บต. กำลังเร่งส่งเสริมให้ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เดิมไผ่เป็นพืชสำคัญที่คนไทยนั้นปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนา การที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมาปลูกไผ่ในเชิงพาณิชย์นั้น จำเป็นจะต้องมีการทำความเข้าใจในทุกภาคส่วน ทำให้เห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำร่วมกัน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้มีการสร้างเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยะลา ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนไผ่เศรษฐกิจร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการที่ดิน การปลูกพืชแบบวนเกษตร การปลูกไผ่ และการเลือกพันธุ์ โดยมีวิสาหกิจชุมชนธนาคารต้นไม้อำเภอกาบัง เป็นกลุ่มเกษตรกรแรกๆ ที่เข้ามาศึกษาเรื่องการปลูกไผ่เศรษฐกิจอย่างจริงจัง จนทำให้ชาวบ้านทุกพื้นที่ให้ความสนใจ และร่วมกันปลูกไผ่ จนได้รับความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้

ด้านนายอับดุลรอเซะ บาเอะ เจ้าของสวนไผ่ กล่าวว่า เมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย หลังจากได้รู้จักกับชาวบ้านท่านหนึ่ง และได้แนะนำให้เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไผ่กับ ศอ.บต. จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ การปลูกไผ่ ไม่ต่างกับการปลูกผักทั่วไป เพราะใช้ระยะเวลาแค่ 2 ปี ก็ได้ผลผลิตเพื่อนำไปจำหน่ายได้ เป็นการเสริมรายได้ให้ครอบครัว และถ้าเราปลูกไผ่แล้วไม่รู้จะนำไปขายที่ไหน ตรงนี้ไม่ต้องกังวลใจเพราะมีสภาเกษตรในพื้นที่ให้คำปรึกษา และหาตลาดเพื่อนำไปจำหน่ายให้อีกด้วย ถือเป็นโครงการที่ดีมาก และในอนาคตตสวนไผ่แห่งนี้จะต้องพัฒนาแปลงไผ่ให้ดีขึ้นไปมากกว่าเดิม ขอขอบคุณเลขาธิการ ศอ.บต. ที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมาก การที่ท่านส่งเสริมให้ปลูกต้นไผ่ในพื้นที่นั้น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นได้จริง

ด้านนายซอพี อุชะมิ ทายาทเกษตรกรอำเภอรามัน กล่าวว่า ขอบคุณ ศอ.บต. ที่ได้ขับเคลื่อนเรื่องไผ่ ปัจจุบันจากไม่มีงานตอนนี้มีงานเพิ่มขึ้น รายได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ครอบครัวของตนเองมีกำลังใจต่อการทำเกษตรมากขึ้น ปัจจุบันพื้นที่อำเภอรามันได้ทำสัญญากับบริษัทโรงงานไฟฟ้าในพื้นที่แล้วจำนวน 20,000 ต้น โดยคิดต้นละ 40 บาท ซึ่งใช้พื้นที่ในการปลูกจำนวน 890 ไร่ ใน 8 ตำบล

 

ศอ.บต. จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้แคมเปญ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และเพิ่มรายได้ให้ชุมชน”

วันนี้ (6 มีนาคม 2564) นายกฤษฎา เคลือบมณี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สำนักงบประมาณ) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสนับสนุนการสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กขององค์กรภาคประชาสังคม (กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน) ตามโครงการสนับสนุนภาคประชาสังคมร่วมสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก ประจำปี 2563 โดยมีนายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ ตัวแทน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมในกิจกรรม ณ ปาตาปุโรง หมู่ที่ 2 ตำบลปุโรง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา

นายกฤษฎา เคลือบมณี กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ จะเห็นได้ว่าเป็นการดำเนินงานภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ในพื้นที่บ้านปุโรง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่ง ศอ.บต. ได้สนับสนุนกิจกรรมผ่านกลไกของภาคประชาสังคม ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ ได้พัฒนามิติการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจ ให้กับคนในพื้นที่ และนอกพื้นที่ ได้เห็นถึงจุดสำคัญของพื้นที่บ้านปุโรงแห่งนี้

สำหรับโครงการเปิดตัวส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้แคมเปญ “การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน” ถือเป็นการส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเข้าสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมรายได้เข้าสู่ชุมชนผ่านตัวนักท่องเที่ยวเอง นอกจากนี้ในแต่ละชุมชนยังสามารถสืบสานกิจกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของตนเองต่อไป

 

 

เลขาธิการ ศอ.บต. มอบวุฒิบัตรแก่ข้าราชการที่ผ่านหลักสูตรอบรมปฐมนิเทศฯ เน้นข้าราชการที่ดียุคใหม่ ต้องทำงานเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันนี้ (6 มีนาคม 2564) เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมบีพีแกรนด์ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีปิดพร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 2 จำนวน 90 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2564 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรม รวมทั้งระเบียบข้อกฎหมายพิเศษ และนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนปฏิบัติงานในพื้นที่

 

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร กล่าวว่า การปฐมนิเทศข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่น ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราจะต้องให้ทุกคนมีความเข้าใจ เข้าถึง ก่อนจะไปร่วมทำงานเพื่อพัฒนาบ้านเมืองได้ เพื่อให้เข้าใจได้ เข้าถึงได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 6 วันขึ้นไป เพื่อเรียนรู้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งสภาพภูมิศาสตร์ สภาพสังคมศาสตร์ หรือทางสังคม การเมือง เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการที่เราจะเดินต่อไปข้างหน้า เราจะมีโอกาสหรือแนวทางอย่างไร ที่จะสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญเราจะต้องรู้ทิศทางการพัฒนากับทุกภาคส่วน เพื่อจะได้ร่วมมือเชื่อมโยงการทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสุดท้ายของการทำงานข้าราชการในพื้นที่นั้น คือ “ประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ภายใต้วิถีสังคมพหุวัฒนธรรม ดังนั้นเราจะต้องเดินไปข้างหน้า แต่เราจะเดินไปอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนั้นไม่ได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจว่าประชาชนต้องการอะไร

 

สำหรับกิจกรรมอบรมหลักสูตรปฐมนิเทศข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น ก่อนเริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2564 โดยดำเนินการจัดขึ้นทั้งสิ้น 4 รุ่น มีกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย โอน หรือช่วยราชการ ทั้งนี้ในรุ่นที่ 3 ศอ.บต. มีกำหนดจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 13 มีนาคม 2564 ณ โรงแรม ริเวอร์ ลีฟวิ่ง เพลส อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

 

 

เลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัด

วันนี้ (6 มีนาคม 2564) เวลา 09.30 น. พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมต้อนรับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยม ข้าราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส) พร้อมติดตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณน้ำตกทรายขาว รวมทั้งให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน มอบต้นไม้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตลอดจนมอบถุงยังชีพแก่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

  โดยมีนายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอโคกโพธิ์ ให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มมวลชน นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ ได้เดินทางมาร่วมให้การต้อนรับด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวว่า ตนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ร่วมเดินทางลงมาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง อธิบดีกรมต่างๆ มาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยทราบเป็นอย่างดีว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกนายมีความยากลำบาก และอยากรับฟังสภาพปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญที่สุดคือ การให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นี้ เพราะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการรักษามรดกของชาติเพื่อให้อยู่คู่ประเทศไทยจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยผืนป่าและน้ำตกที่สวยงาม นอกจากนี้จังหวัดปัตตานียังมีกองหินโลซินในทะเลปัตตานี ที่เป็นจุดมุ่งหมายของนักดำน้ำจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นพันธุ์ไม้มงคลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเดินทางไปสักการะหลวงปู่ทวด ณ วัดช้างไห้ และในช่วงบ่ายได้เดินทางไปยังโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมมัสยิด จังหวัดยะลา ซึ่งจัดขึ้นโดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

ศอ.บต. พร้อมหน่วยงานเกษตร จชต. เตรียม ศึกษาตลาดพืชเศรษฐกิจ ใน 5 จังหวัด ภาคกลาง เพื่อหาช่องทางพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่ แก่เกษตรกรชายแดนใต้

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ ตามแนวทางวิถีชุมชน ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต. วันนี้ (5 มีนาคม 2564) โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานการประชุม และมีเกษตร พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ สถานีพัฒนาที่ดิน สำนักงานสภาเกษตร และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรทั้ง 4 จังหวัด พร้อมผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม หารือ และเสนอความเห็นการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ และมีอาชีพที่มั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พร้อมรับทราบคำสั่ง ศอ.บต. ที่ 55/2564 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ตามแนวทางวิถีชีวิตชุมชน ประกอบด้วย 2 คณะ คือ คณะทำงานอำนวยการ มีผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. เป็นประธาน และมีผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานเกษตรทั้ง 4 จังหวัดเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนฯ

นอกจากนี้ ในคำสั่งยังมีการแต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ตามแนวทางวิถีชีวิตชุมชน ระดับจังหวัด โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เป็นประธาน ทำหน้าที่บูรณาการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ พร้อมจัดหาพื้นที่ปลูกและจัดทำหลักเกณฑ์การคัดเลือกเกษตรกร มอบความรู้ด้านการผลิตและการตลาด พร้อมเป็นคณะฯติดตามการดำเนินงานปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ด้วย

ทั้งนี้ คณะทำงานทั้ง 2 คณะจะมีกำหนดเดินทางไปดูงานเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจใหม่ที่ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกในขณะนี้ อาทิ โกโก้ พริกหนุ่ม การเลี้ยงไก่ KKU-1 และพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆที่มีตลาดรองรับและเอื้อต่อสภาพแวดล้อมและบริบทพื้นที่ จชต. โดยมีกำหนดดูงานที่สวนสละอาทิตย์ จ.สุราษฎร์ธานี บริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด อ.เมือง จ.สระบุรี วิสาหกิจใบหม่อน จ.ลพบุรี บริษัท ดิ สมิธ ฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จ.นครสวรรค์ สวนโกโก้ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และบริษัทตะนาวศรีไก่ไทย จำกัด จ.นครปฐม เพื่อศึกษาดูงานพืชเศรษฐกิจ พร้อมหาช่องทางการตลาดแก่เกษตรกรในพื้นที่ จชต.

ด้านเลขาธิการ ศอ.บต. เผยว่า หน่วยงานเกษตรในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างทำหน้าที่ช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างเกษตรกรตามหน้าที่ของหน่วยงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ดีหากกล่าวถึงพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ทราบกันดีว่าเป็น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน แต่วันนี้หากต้องการพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จำเป็นต้องส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พื้นที่ในสวนยางทุกตารางวา ทุกตารางเมตร สร้างมูลค่า โดยที่ผ่านมา ศอ.บต.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือและขับเคลื่อน ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ โกโก้ ไผ่ กาแฟ กล้วย เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เข้ากระเป๋าหลายช่องทางตลอดปีอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

ศอ.บต. เปิดเวทีรับฟังความเห็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต. อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาพร้อมยกระดับพื้นที่ตามความต้องการของประชาชน

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้ารับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอ แนะทิศทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา) ตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มาตรา 9 โดยกำหนดให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยเมื่อวานนี้ที่ 4 มีนาคม 2564 ที่ห้องประชุมปัญจเพชร ศอ.บต. อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการ กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. เป็นประธานรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมเสนอความเห็นในแต่ละเวที พร้อมด้วยคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านศาสนา การศึกษา พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ ร่วมเสนอความเห็นในวันดังกล่าว

และเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังได้จัดเวทีร่วมรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมเสนอความเห็นในแต่ละเวที โดยมีนายอำนวย ศรีระแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมเสนอความเห็นในแต่ละเวที พร้อมด้วยนาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการ กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ร่วมรับฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมเสนอความเห็นในแต่ละเวทีในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม การจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกำหนดจัดการประชุมรับฟังทั้งสิ้น 12 เวที โดยเริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายทุกสาขาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดข้อเสนอแนะที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความเห็นแล้ว 7 เวที มีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเสนอความเห็น ประกอบด้วย นักศึกษา บุคคลที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มสตรี องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชล นักธุรกิจ นักวิชาการ ผู้นำศาสนา เครือข่ายชาวพุทธ พระสงฆ์ ชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้แทนส่วนราชการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และหน่วยงานราชการจากส่วนกลาง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และคณะกรรมที่ปรึกษาการบริหารฯด้านเศรษฐกิจ ร่วมเสนอความเห็นในแต่ละเวทีในครั้งนี้ด้วย