Select Page

วันนี้ (16 มกราคม 2564)​ ที่ โรงแรมฟาฮัจญ์ ต.ควนลัง  อ.ใหญ่ จ.สงขลา ศูนย์​อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อมวิทยากร (อาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิ)​ เพื่อเสริมสร้างความรู้ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และขยายผลองค์ความรู้ในการสร้างสันติสุข    ในพื้นที่ จชต. โดยมีพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)​เป็นประธานเปิดกิจกรรมและพบปะพูดคุยผู้เข้าร่วมอบรม และมีพลเอก ปราการ ชลยุทธ  ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พลเอกชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล คณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่เข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อมวิทยากร อาจาร​ย์และผู้ทรงคุณวุฒิ​ ดำเนินการภายใต้เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการยกระดับความร่วมมือสู่ระดับยุทธศาสตร์ ส่งผลให้มีเครือข่ายความร่วมมือและกิจกรรมที่หลากหลายเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเงื่อนไข/รากเหง้าของปัญหาและการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องอาศัยพลังของเครือข่ายสถาบันการศึกษาเป็นกลุ่มแกนสำคัญและเป็นแกนหลักในการพัฒนาขับเคลื่อนงานเสริมสร้างความคิด ตลอดจนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ ให้เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งและสันติสุข

เลขาธิการ ศอ.บต. เผยตอนหนึ่งว่า วิกฤตความรุนแรงและปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่งผลกระทบในพื้นที่ทุกภาคส่วน หลายมิติ ทั้งมิติประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ศาสนา ฯลฯ แนวทางการแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องใช้ความรู้ความเข้าใจและปัญญาในการวิเคราะห์ความซับซ้อนของปัญหาในพื้นที่  เพื่อนำไปสู่แผนยุทธศาสตร์และแผนการรองรับในระดับต่างๆ ทั้งนี้ สำหรับบทบาทของ ศอ.บต. มีการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง เเละยั่งยืน ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

สำหรับกิจกรรมอบรมเตรียมความพร้อมวิทยากร อาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิ​ มีกำหนดจัดกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 มกราคม 2563 ซึ่งมีกิจกรรมให้ความรู้หลากหลาย อาทิ การบรรยายเรื่อง ประวัติศาสตร์​การเมืองร่วมรากปาตานี ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ กระบวนการพูดคุยสันติสุข เป็นต้น โดยใช้องค์ความรู้จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยของคณาจารย์ของเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการฯ ดังกล่าวในการสร้างความเข้าใจ