Select Page

นักลงทุนต่างพื้นที่ เชื่อมั่นต่อความก้าวหน้าการพัฒนาโครงการของรัฐบาล เมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมผสมผสาน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

หลักการส่งเสริมการพัฒนาที่เชื่อมโยงภาคการเกษตรไปยังภาคอุตสาหกรรม ปรับปรุงและพัฒนาวิถีการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรรมแบบมุ่งเป้าการตลาดมากขึ้น เพื่อให้ภาคการเกษตร คือ เกษตรกร และภาคเอกชน คือ ผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมมือกับเอกชนนอกพื้นที่ “เติบโตไปพร้อมกัน” ความก้าวหน้าการพัฒนาเมืองต้นแบบฯ ในวันนี้ มีจำนวนผู้ประกอบการที่ลงทุนในพื้นที่แล้วประมาณ 4 ราย ที่ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ภายใต้แผนการบริหารเชิงธุรกิจและราชการร่วมกัน และดำเนินการมาจนถึงระดับที่สามารถเติบโตและสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทาง “ธุรกิจเพื่อสังคม” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายมนภัทร์ อาษากิจ  รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) จังหวัดปทุมธานี  หนึ่งในผู้มาลงทุนในภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้เปิดเผยถึงการมาลงทุนในครั้งนี้ว่า ศักยภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจ หรือ ปาล์ม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีการเพาะปลูกยังไม่มาก แต่มีปริมาณเพียงพอในระดับหนึ่งที่สามารถตั้งต้นในอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรของอุตสาหกรรมปาล์มได้ ปัจจุบัน ถ้าเรามองถึงการพัฒนาทางด้านพลังงานก็มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการผลิตไฟฟ้า การพัฒนาตัวเชื้อเพลิง หรือการส่งเสริมพลังงานผลบวกต่อนโยบายของประเทศ การส่งเสริมอุตสาหกรรมทดแทน ไบโอเทค ในเมื่อนโยบายของรัฐบาล ได้สร้างให้เกิดตัว ไบโอเทค หรือสร้างอุตสาหกรรมที่มีการเกี่ยวเนื่องกับเกษตรพื้นฐาน คือ ปาล์ม จึงทำให้ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นว่าในอนาคตข้างหน้า เราจะต้องมีการผลิตในระยะยาว และยั่งยืน ดังนั้นความยั่นยืนไม่ใช่ภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะรวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรพื้นฐานด้วย การที่จะเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรนั้น มันจะเชื่อมโยงกับทุกฝ่ายให้เข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน, ความพร้อมของขนาดพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร และการพัฒนาความรู้การเพาะปลูก โดยเฉพาะการเพิ่มความรู้แก่เกษตรกรในการเพาะปลูกปาล์มถือเป็นกลไกที่สำคัญ อย่างน้อยถ้ามีอุตสาหกรรมที่รองรับ ตามวิสัยทัศน์กับนโยบายของรัฐบาลได้ผลักดันให้ตัวบทบาทของ ไบโอเทค เข้าไปมีผลของพลังงานเพิ่มขึ้น ถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่บริษัทฯ จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในอนาคต ถึงแม้ระยะเวลาในการพัฒนาอุตสาหกรรมจะต้องใช้ระยะเวลาส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังต้องประเมินพื้นที่ให้เติมโตไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะเรื่องของเกษตรกร ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าอุตสาหกรรมไปได้ สังคมชุมชนไปได้ รวมถึงวิสัยทัศน์ที่เรากำหนดให้มีความยั่งยืนในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ คือตัวสกัดน้ำมันปาล์ม ไปจนถึงปลายน้ำ ประกอบกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ถึงแม้ยังไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับ ไบโอเทค ก็ตาม แต่คิดว่าในอนาคต ความพร้อมของพื้นที่ในจังหวัดปัตตานี ที่มีสถาบันอุดมศึกษา มีนักศึกษา นักเรียน ที่จะรองรับการทำงาน ยังสามารถเชื่อมการพัฒนาทักษะ องค์ความรู้กลับไปที่สถาบันการศึกษาเหล่านั้น เพื่อช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้ของชุมชนเข้ามาสู่อุตสาหกรรมได้ เพื่อให้เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต

 

 

 

บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) มองว่าจังหวัดปัตตานีมีความเหมาะสมในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการผลิตปาล์ม โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การเดินทาง ถนนหนทาง การสัญจร การขนส่งต่าง ๆ ถือว่าสะดวกต่อการประกอบ และการลงทุนในภาคธุรกิจอย่างมาก ถึงแม้อุตสาหกรรมจะต้องการโครงสร้างอื่นเพิ่มเติม ถือว่ายังมีเวลาต่อการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่จะเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคตก็ตาม ก็ยังมีความพร้อม เพราะสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ หรือพื้นที่ใกล้เคียง สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร ช่วยสร้างกำลังคนในพื้นที่ให้อยู่กับท้องถิ่นต่อไป

นายมนภัทร์ อาษากิจ  ยังได้เปิดเผยอีกว่า จากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อาจทำให้นักธุรกิจหลายภาคส่วน ไม่กล้ามาลงทุนในพื้นที่ เพราะจะต้องประเมินความเสี่ยงเช่นเดียวกัน และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะประเด็นของธุรกิจจะไม่มองความเสี่ยงไม่ได้ เลยต้องมาดูความเสี่ยงที่ต้องจัดการว่า ความมุ่งมั่นที่เราต้องการทำนั้น กับความเสี่ยงของพื้นที่อาจจะต้องแยกคนละประเด็น ความเสี่ยงของภาคธุรกิจ ถ้าเรามองว่าอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ได้ ความร่วมมือจากชุมชน คือสิ่งสำคัญ เวลาเราพัฒนาอุตสาหกรรม มันจะเกี่ยวข้องกับเกษตรกร ต้องเป็นเรื่องของชุมชน เราพยายามพลักดันการเติบโตให้เกิดขึ้นจากครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของชุมชน ความเข้าใจ และสำหรับเรื่องความไม่ปลอดภัย หรือความมั่นคงในพื้นที่นั้น ทางบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ได้คุยกับบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จํากัด ประมาณ 1 ปี และช่วงที่ผ่านมานั้นยังได้พูดคุยหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะ ศอ.บต. ได้ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ รวมถึงการส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาในพื้นที่ ถือว่าส่วนราชการ อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการในพื้นที่นั้น เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจากต่างพื้นที่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผสานกับความพร้อมของนโยบายของรัฐบาลในการกำหนดเรื่อง 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลได้ชัดเจนมากขึ้นจึงทำให้นักลงทุนได้มองในเรื่องของไม่มั่นคงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น อาจจะลดน้อยลง และเมื่อได้พัฒนาธุรกิจได้เองแล้ว อาจจะมองไปถึงสินค้าของชุมชนที่จะต้องอยู่ร่วมกันได้ การให้ประโยชน์แก่ชุมชนเป็นสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าการบริหารความเสี่ยงเหล่านี้ สามารถให้ชุมชนมีความเข้าใจถึงภาคอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้นี้ ธุรกิจจะมีการพัฒนาให้เป็น “ศูนย์กลางสินค้าเกษตรคุณภาพ” โดยมีเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรให้เป็นเกษตรคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน 2 ส่วน ได้แก่ มาตรฐาน GAP และมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยบริษัทฯ มีความพร้อมจะเข้าไปปรับปรุงและพัฒนาโรงงานด้วยงบประมาณของบริษัทฯ เอง (ลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ) รวมทั้ง ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐและเกษตรกรในพื้นที่เพื่อปรับเปลี่ยนการทำเกษตรให้เป็นเกษตรคุณภาพเพื่อให้ได้รับมาตรฐานอย่างน้อย คือ มาตรฐาน GAP และพัฒนาไปเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์อีกระดับหนึ่งในโอกาสต่อไป