logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

ศอ.บต. ทำการเปิดซองประกวดราคาโครงการติดตั้งโคมไฟถนน LED  ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ จชต. และโครงการติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ เป็นไปด้วยความโปร่งใส
     ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดทำโครงการติดตั้งโคมไฟถนน LED ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และโครงการติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในศาสนสถานและสถานที่ฝังศพ เผาศพ (กุโบร์/สานจีน/ฌาปนสถาน) ในพื้นที่หมู่บ้านเร่งรัดการพัฒนาและหมู่บ้านเสริมสร้างการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีหน้าที่ในการเตรียมการป้องกันและดูแลทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งสถานที่ที่มีความสำคัญต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเพิ่มแสงสว่างถนนสายหลักและถนนสายรองระหว่างพื้นที่ ตลอดสองข้างทางโดยการติดตั้งโคมไฟถนน LED ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการสัญจรไปมาระหว่างพื้นที่ในช่วงกลางคืน ซึ่งประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องออกไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ณ มัสยิดใกล้บ้านหรือเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงผลิตผลทางการเกษตรทั้งผลไม้ ยางพารา ออกสู่พื้นที่ภายนอกพื้นที่รอบๆ ตลอดจนปลายทางอื่นๆ และยังเป็นการขนส่งผลิตภัณฑ์จากภายนอกสู่พื้นที่อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีพของประชาชน จึง นอกจากนี้ยังช่วยปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานหลอด LED เพื่อเพิ่มแสงสว่างในจุดเสี่ยง จุดที่เคยเกิดเหตุและจุดตรวจ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโคมไฟของหน่วยงานในระยะยาว และเป็นการช่วยทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าให้สามารถประหยัดกระแสไฟฟ้า ซึ่งหลอดไฟ LED จะมีความสามารถในการทนต่อการสั่นสะท้อนได้มากกกว่า เป็นการสนับสนุนการประหยัดพลังงาน
 
     สำหรับการจัดทำโครงการติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมไฟส่องสว่างโซล่าเซลล์ในศาสนสถานและสถานที่ฝังศพ เผาศพ (กุโบร์/สานจีน/ฌาปนสถาน) ในพื้นที่หมู่บ้านเร่งรัดการพัฒนาและหมู่บ้านเสริมสร้างการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวิธีพิเศษ จำนวน 871 แห่งๆละ 4 ชุด รวมทั้งหมด 3,484 ชุด ประกอบด้วยหมู่บ้านเสริมสร้างการพัฒนา จำนวน 4 กิจกรรม รวม 607 แห่ง คือ จังหวัดยะลา จำนวน 185 แห่ง จังหวัดปัตตานี จำนวน 194 แห่ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 164 แห่ง และจังหวัดสงขลา (เทพา นาทวี จะนะ สะบ้าย้อย) จำนวน 64 แห่ง และหมู่บ้านเร่งรัดการพัฒนา จำนวน 3 กิจกรรม รวม 264 แห่ง คือ จังหวัดยะลา 85 แห่ง จังหวัดปัตตานี จำนวน 97 แห่ง และจังหวัดนราธิวาส จำนวน 82 แห่ง โดยทำการเปิดซองประกวดราคา ด้วยวิธีพิเศษ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสุนทรเทคโนโลยีจำกัด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ณ ห้องรับรอง อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในส่วนของโครงการติดตั้งโคมไฟถนน LED ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวิธีพิเศษ รวมทั้งสิ้น 1,500 ชุด ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จังหวัดละ 500 ชุด โดยทำการเปิดซองประกวดราคา ด้วยวิธีพิเศษ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ บริษัทแสงมิตรอีเลคตริก จำกัด ในวันนี้ (วันที่ 27 มีนาคม 2558) ณ ห้องรับห้องรับรอง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีคณะกรรมการจัดซื้อวิธีพิเศษ ประกอบด้วย นายคุณากร สุทธิโมกข์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายแจก  ไชยกายุทธ์ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เขต 12 สงขลา นายอับดุลเลาะ ปะดอลี นายช่างโยธา 5 องค์การบริหารส่วนตำบลราตาปันยัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายพงศกร เสนะเกตุ หัวหน้าส่วนโยธา 5 องค์การบริหารส่วนตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และนายศิรวุฒิ กังวานเกียรติ พนักงานช่างเทคนิค ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยได้รับงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน
 

ศอ.บต.เรียกคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการคณะทำงานประสานงานการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี
     วันนี้ (วันที่ 25 มีนาคม 2558 เวลา 10.00 น.) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการและคณะทำงานประสานงานการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ครั้งที่ 2/2558 เพื่อหารือแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยมีคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการและคณะทำงานประสานงานการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้
 
     จากการประชุมในครั้งนี้ สรุปผลได้ว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจน มอบหมายให้ ศอ.บต. จังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติฯ และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคประชาชนดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฏรในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2558 ซึ่งมีผลความคืบหน้าในการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 สำหรับแนวทางการตัดโค่นต้นยางพาราที่หมดอายุในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีผลความก้าวหน้า คือที่ดินที่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าราษฏรมีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดิน โดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ได้ดำเนินการประสานกับสำนักที่ดินจังหวัด/อำเภอ และตัวแทนชาวบ้านไปถ่ายเอกสารจากต้นขั้วหลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) กับที่ดินอำเภอ แล้วเอาตัวขั้ว สค.1 ไปตรวจสอบกับชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้าน โดยพิจารณาจากพื้นที่การทำประโยชน์และการรับรองจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้นำในหมู่บ้าน เพื่อยืนยันความชัดเจนและนำสำเนา สค.1 ไปยืนยันกับสำนักงานที่ดินอำเภอ แล้วเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระดับอำเภอ
 
      ในส่วนของผลการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของราษฏรในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ที่ดำเนินการโดย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีผลความก้าวหน้า ดังนี้ การรังวัดแปลงที่ดินถือครองของราษฏรรังวัดรายแปลง (แล้วเสร็จครบทุกอำเภอ) รวม 20,833 ราย 23,195 แปลง เนื้อที่ 136,687-2-96 ไร่ การตรวจสอบพิสูจน์การครอบครองที่ดินราษฏร อยู่ก่อนประกาศ 8,433 ราย 9,401 แปลง เนื้อที่ 41,295-0-23 ไร่ อยู่หลังประกาศ 5,109 ราย 5,526 แปลง เนื้อที่ 29,732-3-53 ไร่ รอผลการแปลภาพถ่ายทางอากาศ (ประมวลภาพถ่ายทางอากาศ) จำนวน 411 ราย 522 แปลง เนื้อที่ 3,690-2-28 ไร่ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อประชุมคณะกรรมการ (มีผลการแปลแล้ว) จำนวน 6,880 ราย 7,746 แปลง เนื้อที่ 51,969-3-92 ไร่ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อประชุมคณะกรรมการ (มีผลการแปลแล้ว) จำนวน 6,880 ราย 7,746 แปลง เนื้อที่ 51,969-3-92 ไร่ เมื่อผลการพิสูจน์สิทธิ์ข้างต้นแล้วเสร็จ จะนำผลการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของราษฏรเสนอคณะกรรมการระดับอำเภอตามมติคณะรัฐมนตรี โครงการเดินสำรวจเพื่อออกเอกสารสิทธิที่ดินนอกเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีผลความก้าวหน้าโดยกรมที่ดินได้จัดตั้งศูนย์เดินสำรวจ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเพื่อออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชนที่อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติและนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ
 

ปัตตานีแถลงข่าวการจัดงานตลาดน้ำเมืองตานี (Floating Bazaar Tani) หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ  ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ จชต.
     วันนี้ ( 24 มีนาคม 2558 เวลา 17.30 น. ) ที่บริเวณสะพานศักดิ์เสนีย์ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นางกิตติมา นวลทวี รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานตลาดน้ำเมืองตานี (Floating Bazaar Tani) พร้อมด้วย นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี และนายวรุต ชคทิศ ประธานนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม
 
      สืบเนื่องจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี นักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการจัดงานตลาดน้ำเมืองตานี (Floating Bazaar Tani) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกำหนดจัดงานดังกล่าวต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ครั้งละ 2 วัน เป็นประจำทุกวันศุกร์และวันเสาร์ในสัปดาห์แรกของเดือน ณ บริเวณสะพานศักดิ์เสนีย์ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ซึ่งกำหนดจัดครั้งแรกในวันที่ 3-4 เมษายน 2558 ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น ตลาดน้ำเมืองตานีซึ่งเป็นปรากฎการครั้งแรกในแม่น้ำปัตตานี ที่จะมีการล่องเรือจำหน่ายสินค้ากว่า 30 ลำ Art Street ซึ่งเป็นการเปิดเวทีให้กลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในพื้นที่ ได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน เพื่อนำไปสู่การต่อยอดในเชิงพาณิชย์ มีการแสดงของศิลปินพื้นถิ่น ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินพื้นถิ่นนำเสนอผลงานที่หลากหลาย อาทิ งานจิตรกรรม ประติมากรรม งานแกะสลัก เป็นต้น มีการแสดงและจำหน่ายสินค้า โดยการคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานในพื้นที่มาออกร้านจำหน่ายให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า  70 ร้านค้า
 
      การจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติครั้งละไม่น้อยกว่า 10,000 คน และจะมีเงินสะพัดจากการจัดงานครั้งละกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่เข้ามาเที่ยวชมงานในครั้งนี้ นอกจากจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายแล้ว ยังจะได้พบกับการจัดงานในรูปแบบใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ที่พร้อมจะนำเสนอให้ทุกคนได้รับรู้ว่า “วันนี้คนชายแดนใต้ ไม่ทิ้งถิ่นกำเนิด ร่วมแรงร่วมใจ สร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาชายแดนใต้”
 

เด็กๆต่างมีสีหน้าสดใส ภายใต้การจัดกิจกรรม “วันเด็กกำพร้า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี” พร้อมเติบโตเป็นอนาคตของชาติ
     วันนี้ (วันที่ 24 มีนาคม 2558 เวลา 09.30 น. ) ณ สนามที่ว่าการอำเภอสายบุรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานงานวันเด็กกำพร้า ประจำปี 2558 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยมีนายอดุลย์ หมีดเส็น ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอสายบุรี นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ปลัดจังหวัดปัตตานี นายสัมฤทธิ์ ช่วยชม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 3 พันเอกสุธรรม ชูเรือง นายทหารยุทธการ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 พันตำรวจโทวิรัช ซุนอื้อ สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรสายบุรี จังหวัดปตตานี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา บัณฑิตอาสา ผู้ปกครองและเด็กๆเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม นอกจากนี้ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังได้มอบรางวัลให้กับเด็กๆและเยี่ยมชมกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆที่ร่วมกันจัดขึ้น
 
   นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวในนามของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้เด็กกำพร้าทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมมีรอยยิ้ม มีความสนุกสนาน ได้รับความสุขเต็มที่ ขอให้ผู้ปกครองได้ดูแล มอบความรัก ให้ความเข้าใจ ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กกำพร้า เพราะการช่วยเหลือจุนเจือเด็กกำพร้าในแนวทางของศาสนาอิสลาม ถือว่าได้ผลบุญเป็นอย่างมาก ผมคิดว่า เด็กเหล่านี้ควรจะได้รับโอกาสในการดูแลจากภาครัฐมากขึ้น เพราะจะเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตของชาติประกอบกับการให้การศึกษาจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
 
     นายอดุลย์ หมีดเส็น ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอสายบุรี กล่าวด้วยว่า อำเภอสายบุรีได้ร่วมกับผู้นำ 4 เสาหลัก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาและผู้นำทางธรรมชาติในการจัดงานวันเด็กกำพร้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าจำนวนเด็กกำพร้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในปีนี้มีเด็กกำพร้าที่ได้สำรวจจำนวน 927 คน และยังมีเด็กกำพร้าที่ยังขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดการส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่เป็นกลุ่มเยาวชน จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด การจัดงานในวันนี้จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กเกิดการเรียนนอกห้องเรียน หากได้รับโอกาสแห่งการเรียนรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนอำเภอสายบุรีให้เกิดสันติสุข
 
     ด้านเด็กหญิงรุสมีย์ ซาอี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านบือเระ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ร่ำไห้ด้วยความดีใจที่ผู้ใหญ่ใจดีร่วมกันจัดงานให้กับเด็กกำพร้า พร้อมดูแลเอาใจใส่ ไม่ทอดทิ้งและให้ความสำคัญกับเด็กกำพร้าทุกคนและไม่ได้มองว่าเป็นเด็กที่เป็นปมด้อย ตนสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน และเป็นเด็กดีของสังคม ดั่งที่ผู้ใหญ่มุ่งหวังเอาไว้
 

เนื้อหาอื่นๆ...

A- A A+



Sample banner

 
 
ระบบร้องเรียนร้องทุกข์
Sample banner
ระบบลงทะเบียนนักศึกษาต่างประเทศ
ศูนย์ประสานงานนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
 
สมุดโทรศัพท์ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าฮาลาล 3 จชต.

 
แบบสำรวจข้อมูลบุคลากร
การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติของ ศอ.บต.
การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2558
การประเมินคุณธรรมเเละความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน จชต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner