logo_spinning ศอ.บต.ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ในวันที่ 27 กันยายน 2561 . คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

จ.ยะลา และ สงขลา ร่วมส่งเรือพระแข่งขันความงาม ในงานชักพระ ครั้งที่ 69 อ.โคกโพธิ์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นสื่อ สานความสามัคคีและการท่องเที่ยว

           อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จัดงานชักพระ ครั้งที่ 69 อย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เพื่อสืบสานงานประเพณีชักพระที่มีการจัดทำเรือพระที่ประดิษฐ์ด้วยกระดาษสีฉลุกนกลายไทยที่สวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรือพระอำเภอโคกโพธิ์ เพื่อส่งเสริมความรัก ความสามัคคี พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ขยายกว้างขึ้นมุ่งหวังนำประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีพลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ และมีนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานเพื่อชมความสวยงามของเรือพระ พร้อมจับจ่ายซื้อสินค้าภายในงานกันอย่างคึกคัก

       พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงบทบาทการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ศอ.บต. มุ่งเน้นการนำมิติทางวัฒนธรรมเสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ ซึ่งอำเภอโคกโพธิ์ และหลายอำเภอในจังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีความหลากหลายในวิถีชีวิต ซึ่งเป็นความสวยงามที่สามารถสัมผัสและมองเห็นได้ทั่วไปอย่างไรก็ดีการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ นอกจากจะส่งเสริมประเพณีที่ดีงาม ให้คงอยู่คู่อำเภอโคกโพธิ์แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการนำวัฒนธรรมมาเป็นสื่อสายใยเรียงร้อยความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่จังหวัดปัตตานี ในสภาวะสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

           สำหรับงานชักพระ ครั้งที่ 69 ในปีนี้ มีการแห่ริ้วขบวนเรือพระในแต่ละวัดของอำเภอโคกโพธิ์และอำเภอต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีทั้งสิ้น 33 ลำ โดยมีเรือพระจากจังหวัดยะลาและจังหวัดสงขลาเข้าร่วมแห่จังหวัดละ ๑ ลำ สร้างบรรยากาศให้งานชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีในปีนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ

 

 

 

มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ร่วมต้อนรับเยาวชนจากดินแดนภาคใต้ 319 คนในโครงการ”สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34

     วันนี้ (25 ตุลาคม 2561) เวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการฯ เป็นประธาน กล่าวให้โอวาทข้อคิดแก่เยาวชนและปิดการเสวนา โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาจัดกิจกรรมค่ายประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยนำเยาวชนทั้ง 319 คน ทัศนศึกษาสังคมพหุวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความภูมิใจของชาติไทยในอดีต ตามเส้นทางดังนี้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์ วัดนักบุญยอแซฟ วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งเจ้าสามพระยาชมความงามวัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง คุ้มขุนแผน วัดพระราม ป้อมเพชร และศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ และจัดพิธีเปิดการเสวนา เรื่อง พหุวัฒนธรรมอยุธยา,รากฐานความเป็นสังคมไทยร่วมสมัย ณ ห้องประชุม อาคาร 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายเรวัติ ประสงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ดร.เกษม บำรุงเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวร่วมให้การต้อนรับ

     ดร.เกษม บำรุงเวช อธิการบดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ได้มีโอกาสต้อนรับเยาวชนและครูพี่เลี้ยงจากดินแดนภาคใต้ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาทั้งชาวพุทธและมุสลิม มีแหล่งเรียนรู้และมีบุคลากรที่จะให้ความรู้แก่เยาวชนที่ต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม มุ่งหวังเพื่อเป็นส่วนหนึ่งการพัฒนาสังคมจนนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

     ทั้งนี้มีเยาวชนจากโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ได้กล่าวความรู้สึกในครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ที่ได้เปิดโอกาสตัวเองและเพื่อนๆ ได้มาถึงจุดนี้ ตนเองได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆมากมาย ได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ได้ไปศึกษาสถานที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะจังหวัดอยุธยา ต้องยอมรับว่าเป็นจังหวัดที่เราทุกคนควรแก่การมาศึกษาเรียนรู้มาก เพราะจังหวัดอยุธยาเป็นแหล่งของสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพราะมัสยิด วัด หรือโบสถ์ ยังอยู่บริเวณใกล้กัน รวมทั้งชาวบ้านทั้งไทยพุทธ มุสลิม หรือคริสต์ ก็เป็นเพื่อนกันอย่างมีความสุข ขอบคุณทางโครงการฯที่ได้พามาดูสิ่งดีๆ และหลังจากนี้ไปจะนำสิ่งสวยงามเหล่านี้ไปเล่าต่อกับเพื่อนๆในสถานศึกษา รวมทั้งชุมชนของตนเองให้รู้ว่าเราทุกคนคือเพื่อนกัน ถึงแม้จะต่างศาสนา ต่างความคิด ต่างการใช้ชีวิต แต่มีอย่างเดียวที่เหมือนกันคือ เราอยู่ประเทศไทย และมีในหลวงองค์เดียวกัน ดังนั้นเราอยู่ได้ด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจในการทำความดี

 

 

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 34 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

     วันนี้ (24 ตุลาคม 2561) เวลา 10.30 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี / ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 34 ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูลและจังหวัดสงขลา จำนวน 319 คน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว  ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 34 เพื่อที่จะให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้   นอกจากจะได้มีโอกาสเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงแล้วยังต้องการให้เยาวชนได้มีประสบการณ์ชีวิตและการพัฒนาแนวคิดของเยาวชนในการอนุรักษ์ธรรมชาติ  หลังจากเปิดโครงการแล้วองคมนตรี ในนามประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ร่วมปลูกต้นหว้า ร่วมกับตัวแทนเยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ในครั้งนี้ด้วย

     พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี / ประธานคณะกรรมการดำเนินโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้กล่าวให้โอวาทแก่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ว่า เยาวชนจะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับตนเองให้มากที่สุด ทั้งในเรื่องการปรับตัวเข้ากับครอบครัวอุปถัมภ์ กิริยามารยาท การแต่งกาย ฯลฯ ขอให้เยาวชนทุกคนมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ถึงความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต การอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามัคคีและความสันติสุข เพื่อที่จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่ายิ่งจากครอบครัวอุปถัมภ์เหล่านั้น ให้เยาวชนได้นำมาพัฒนาแนวคิดของตนเองให้สามารถปฏิบัติตนเป็นผู้นำที่ดีของชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

     นอกจากนี้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดพิธีค่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ว่า  เพื่อให้เยาวชนได้รับทราบถึงความสำคัญในการดูแลสภาพแวดล้อมของบ้านเมือง ไม่ใช่เฉพาะทางภาคใต้เท่านั้น  โดยได้แนะนำให้เยาวชนทราบว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ  และสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ คิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่มีป่าไม้ หน้าที่เราคือการอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ประเทศไทยให้สวยงามตลอดไป ดังนั้น เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมกัน เห็นหูเป็นตา เพื่อบ้านเมืองของเรา และได้เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ออกไปดูสัตว์ป่าหลายชนิด  และวันนี้เยาวชนได้ทำกิจกรรมร่วมกันในการเขียนภาพ  ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้  หลังจากนั้นเยาวชนจะไปทำกิจกรรมกันที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

     สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ,กิจกรรมส่องสัตว์เพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ป่า , การทัศนศึกษาเยี่ยมชมน้ำตก, จุดชมวิวผาเดียวดายการถ่ายทอดความรู้สึกต่อธรรมชาติ และกิจกรรมวาดภาพ โดยทุกกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ข้าราชการและพนักงานอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้ความรู้ในครั้งนี้
 

 

   วันนี้ (23 ตุลาคม 2561) เยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ได้เดินทางมาเข้าค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้มีความรักสิ่งแวดล้อม ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2561 หลังจากได้ใช้ชีวิตร่วม

     วันนี้ (23 ตุลาคม 2561) เยาวชนในโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 34 ได้เดินทางมาเข้าค่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้มีความรักสิ่งแวดล้อม ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างวันที่ 23 - 25 ตุลาคม 2561 หลังจากได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 14 วัน ซึ่งการมาเข้าร่วมเข้าค่ายในครั้งนี้ นอกจากจะให้เยาวชนมีความปลูกจิตสำนึกให้มีความรักในสิ่งแวดล้อม และหวงแหนทรัพย์ยากรธรรมชาติและป่าไม้แล้ว ยังได้ใช้ธรรมชาติเป็นสื่อกลาง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย

     สำหรับโครงการนี้ได้มีการดำเนินการผ่านมาแล้วจำนวน 33 รุ่น ในครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 34 มีเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 104 คน นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 215 คน รวมเป็นจำนวน 319 คน และเยาวชนที่เข้ามาเข้าค่ายกิจกรรมสิ่งแวดล้อม จะได้ที่มีกิจกรรมต่างๆคือ กิจกรรมฐานความรู้การใช้ชีวิตรอดในป่า, กิจกรรมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่คู่กับชุมชน, กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ,กิจกรรมส่องสัตว์เพื่อศึกษาชีวิตสัตว์ป่า , การทัศนศึกษาเยี่ยมชมน้ำตก, จุดชมวิวผาเดียวดายการถ่ายทอดความรู้สึกต่อธรรมชาติ และกิจกรรมวาดภาพ โดยทุกกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ข้าราชการและพนักงานอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้ความรู้ในครั้งนี้

 

 

A- A A+



Sample banner

 
 
ระบบร้องเรียนร้องทุกข์
สายตรง ศอ.บต.
ระบบลงทะเบียนนักศึกษาต่างประเทศ
ศูนย์ประสานงานนักศึกษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ในต่างประเทศ
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
 
สมุดโทรศัพท์ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner

คำถามที่พบบ่อย

สินค้าฮาลาล 3 จชต.

 
แบบสำรวจข้อมูลบุคลากร
การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติของ ศอ.บต.
การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2558
การประเมินคุณธรรมเเละความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
การพัฒนาคุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ศอ.บต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
ดัชนีความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน จชต.
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner
Sample banner