logo_spinning ศอ.บต.ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดยะลา ในวันที่ 27 กันยายน 2561 . คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning ประกาศผู้ผ่านการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป สังกัด ศอ.บต. คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติม logo_spinning

อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี หนึ่งปัญหายาก
 
คลี่คลายด้วยประชารัฐ
 
        นับเป็นเวลา 16 ปี ที่พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เรียกร้องพื้นที่ทำกิน ซึ่งมีเนื้อที่รวมทั้งหมด 120,000 ไร่ 23,000 กว่าครอบครัว ครอบคลุม 9 อำเภอ 25 ตำบล 79 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งวันนี้ได้รับการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. และภายใต้นโยบายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
 
        “ความทุกข์ยากที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2542 ที่ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีการดำเนินงานชัดเจนขึ้นและนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลชัดเจนในปลายปี 2557 ถึงปี 2558 พี่น้องประชาชนตระหนักดีว่า ปัญหาวันนี้ได้รับการคลี่คลายไปสู่ความสำเร็จอยู่ในระดับที่น่าพอใจ” เป็นคำกล่าวตอนหนึ่งของนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต. ในระหว่างบันทึกเทปรายการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งได้เล่าอีกว่า หากย้อนปัญหาที่เกิดขึ้น จะพบว่ามี 3 เรื่องหลักคือ 1.ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานฯ กลายเป็นปัญหาซ้ำซากและมีคำถามจากพี่น้องประชาชนตลอดมา
 
      ปัญหาที่ 2.เป็นเรื่องของสิทธิทำกินเรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เนื่องจากเกือบ 30 ปีที่ชาวประชาชนในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ไม่สามารถตัดโค่นต้นยางที่ปลูกได้ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในพื้นที่ จึงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และรายได้อย่างมาก และ 3. เรื่องเอกสารสิทธิ์ที่อยู่โดยรอบเทือเขาบูโด ซึ่งเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ป่าสงวน พื้นที่วงรอบนอกเหนือจากเขตอุทยานและเขตป่าสงวน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ดำเนินการขอเอกสารสิทธิ์ ซึ่งต้องใช้เวลา 15 ปี แต่รัฐบาลคสช.ใช้เวลาเพียง 2 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 นี้
 
       เลขาธิการศอ.บต. นายภาณุ อุทัยรัตน์ ยังได้กล่าวชื่นชมพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดีว่า มีความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งและกัน เป็นพื้นที่ต้นทุนซึ่งเห็นได้จากกิจกรรม 3 กิจกรรม คือ 1.เรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องรอบเทือกเขา 2. การระวังป้องกันหรือที่เรียกว่า ตาสัปปะรด มีอาสาสมัครที่ทำตามแนวทางประชารัฐ ทำร่วมกัน 3.เรื่องการที่ใช้วิธีการปลูกป้องกันแนวเขต คือการปลูกต้นตะเคียนชันตาแมว ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์ของนราธิวาสอีกด้วย
 
        ขณะที่นายดือราแม ดาราแม ประธานคณะทำงานเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเทือกเขาบูโด (ปราชญ์นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด) เล่าตอนหนึ่งขณะบันทึกเทปรายการเดินหน้าประเทศไทยว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่นั้น เมื่อได้มีการประกาศเป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ทับเขตพื้นที่ทำกินของชางบ้านส่งผลให้ชาวบ้านวิตกกังวล เนื่องจากขอสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเพื่อตัดโค่นยางก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งที่ก่อนหน้าประกาศเป็นเขตอุทยานชาวบ้านที่เป็นเจ้าของสามารถโค่นไม้ยางที่หมดอายุได้ และขอสงเคราะห์การทำสวนยางปลูกทดแทนใหม่ได้
 
      นายดือราแม กล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้ตั้งคณะทำงานจากหลายภาคส่วนในระดับอำเภอจึงได้ประสานงานไปยังจังหวัดและ ศอ.บต. ซึ่งถือเป็นการทำงานเชิงบูรณาการแบบประชารัฐ “ประชาชนอยู่ด้วย รัฐอยู่ด้วย ทำงานร่วมกัน” ซึ่งมีคำสั่งให้มีการออกเดินสำรวจเพื่อออกโฉนดที่ดิน โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยาน กรมที่ดิน กรมป่าไม้ และประชาชน เพื่อวัดหาแนวเขตที่ชัดเจนคู่กับใช้ภาพถ่ายทางอากาศสมัยใหม่ GISTDA ทำให้ประชาชนรอบนอกอุทยานได้รับโฉนด เอกสารสิทธิ์ที่ดินคืนได้
 
         “ตอนนี้ชาวบ้านเขาสบายใจแล้ว เพราะสามารถทำสงเคราะห์ได้ ซึ่งเลขาธิการ ศอ.บต.ได้เคยมอบเอกสารสิทธิ์ ปัญหาในวันนี้ได้รับการคลี่คลาย ชาวบ้านเขาสามารถทำกินในที่ดินของเขาได้แล้ว”
 
          อย่างไรก็ดี “การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินบูโด-สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส” ถือเป็นหนึ่งปัญหายากใน 10 เรื่อง ที่ศอ.บต. สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้ภายใต้นโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. โดยทำงานบูรณาการร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หรือกอ.รมน. จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเอกภาพ มีความเป็นรูปธรรมชัดเจนในการดูแล แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างสมบูรณ์ 
 
A- A A+